แนวโน้มการแข่งขันด้วยมาตรการภาษีอาจลดลง | KPMG | TH

แนวโน้มการแข่งขันด้วยมาตรการภาษีอาจลดลง

แนวโน้มการแข่งขันด้วยมาตรการภาษีอาจลดลง

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงต่อภาษีเงินได้ และภาษีอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บของแต่ละประเทศ ภาระภาษียังคงเป็นไปตามกฎหมายภาษีภายในของแต่ละประเทศสมาชิก เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของการเข้ามาลงทุนในอาเซียนจากกลุ่มประเทศนอกอาเซียนเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ที่จะได้จาก AEC ดังนั้น แต่ละประเทศในอาเซียนจึงมีการนำมาตรการทางด้านภาษี มาเป็นตัวจูงใจนักลงทุนต่างประเทศเพื่อให้เข้ามาลงทุนในประเทศของตน

1000

Author

Partner

KPMG in Thailand

Contact

Related content

แนวโน้มการแข่งขันด้วยมาตรการภาษีอาจลดลง

ในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากการลดอัตราภาษีเงินได้แล้ว ยังมีการปรับปรุงในเรื่องการให้สิทธิพิเศษทางภาษีต่าง ๆ ในปัจจุบัน ประเทศสมาชิกอาเซียนมีการให้การส่งเสริมโดยให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นทั้งหมด หรือลดอัตราภาษีสำหรับนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศของตน รวมถึงการออกมาตรการหรือปรับปรุงมาตรการเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาใช้ประเทศของตนเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคในการดำเนินกิจการค้าระหว่างประเทศ หรือการใช้ประเทศตนเป็นฐานในการให้บริการภายในกลุ่ม หรือการเป็นศูนย์บริหารการเงินของกลุ่มบริษัท  

 

นอกจากปัจจัยในเรื่องของเงื่อนไขการจัดตั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเรื่องหนึ่งที่สมาชิกอาเซียนนำมาจูงใจนักลงทุน  ซึ่งประเทศที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบหากนักลงทุนกำลังมองหาจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวในอาเซียน มักจะได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และไทย เนื่องจากทั้ง 4 ประเทศนี้มีการส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี

 

อย่างไรก็ดีในอนาคตการแข่งขันกันด้วยมาตรการภาษีดังกล่าวอาจจะไม่สามารถทำได้อันเป็นผลมาจากโครงการป้องกันการถูกกัดกร่อนฐานภาษีและการโอนกำไรไปต่างประเทศ (Base Erosion and Profit Shifting: BEPS) ของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD)  ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีรายชื่อในประกาศของ OECD และมีการตกลงเข้าร่วมโครงการ BEPS ได้แก่ ประเทศบรูไน มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซียและไทย  

 

ทั้งนี้ OECD ได้ดำเนินการทบทวนมาตรการภาษีในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฐานะที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ BEPS และในระหว่างการทบทวนนั้น ปรากฏว่ามาตรการภาษีของไทยที่ถูกจัดอยู่ใน "แนวทางปฏิบัติด้านภาษีที่เป็นภัย" หรือ “Harmful Tax Practices” ในรายงานความคืบหน้าของ OECD เกี่ยวกับมาตรการภาษีที่เป็นภัยที่ออกเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้มีการพูดถึง มาตรการภาษีที่ถือว่าเป็นภัยในการที่อาจถูกนำมาใช้ในการวางแผนภาษีเพื่อถ่ายโอนกำไรจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งได้ ปรากฏว่า 5 มาตรการของไทยได้ถูกกล่าวถึงในรายงานของ OECD ฉบับนี้ ได้แก่ สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Headquarter)  สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (International Headquarter) สำนักงานการค้าระหว่างประเทศ (International Trading) ศูนย์บริหารเงิน (Treasury Center)  และกิจการวิเทศธนกิจ (International Banking Facilities) 

 

ในรายงานมีการกล่าวถึงว่า ประเทศไทยจะมีการพิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกมาตรการดังกล่าวซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลจากภาครัฐเปิดเผยในเรื่องการแก้ไขแต่อย่างไร ในทิศทางเดียวกับรายงานของ OECD เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2560 คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (EU ) ได้ออกรายงานระบุประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือสำหรับวัตถุประสงค์ด้านภาษี (The EU list of non-cooperative jurisdictions for tax purposes ) ในรายงานของอียูฉบับนี้ ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซียและเวียดนาม มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มของประเทศที่ยังไม่ถือว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านความโปร่งใสและการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรมของสหภาพยุโรป แต่อยู่ในรายชื่อที่ต้องมีการทบทวนเมื่อพันธกรณีที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสหภาพยุโรปเสร็จสิ้นลง  ทั้งนี้มีกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีให้แล้วเสร็จภายใน ธันวาคม 2561

 

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปกำลังเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกเข้าร่วมในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องและเพื่อใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นทั้งในด้านที่ไม่เกี่ยวกับภาษีและด้านภาษี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมาตรการป้องกันที่คาดว่าอาจจะถูกนำมาใช้โดยประเทศสมาชิก เช่น การไม่ให้ประเทศสมาชิกสหภาพนำเงินได้ที่จ่ายไปให้แก่ประเทศที่มีรายชื่ออยู่ในประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ  (Back List)  ที่เกิดจากมาตรการภาษีที่เป็นภัยมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือการกำหนดให้มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อประเทศสมาชิกสหภาพมีการจ่ายเงินได้ออกไปให้แก่ประเทศ Black List เป็นต้น 

 

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่ามาตรการตอบโต้จะเป็นเช่นไร ถึงแม้ในรายงานของสหภาพยุโรปฉบับนี้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ใน Black List ของรายชื่อประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือ แต่อยู่ใน Grey List ซึ่งตามรายงานของสหภาพยุโรปประเทศไทยได้ให้คำยืนยันที่จะแก้ไขหรือยกเลิกมาตรการภาษีที่ถือว่าเป็นภัยต่อการเสียภาษีอย่างเป็นธรรมภายในธันวาคม 2561 หากรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการใด ๆ การใช้มาตรการโต้ตอบมาตรการภาษีที่เป็นภัยของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปต่อประเทศไทยอาจส่งผลเสียต่อความตั้งใจของกลุ่มประเทศในยุโรปที่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์การบริหารในอนาคต นอกจากนี้ อาจทำให้ศักยภาพการแข่งขันในอาเซียนของไทยลดลง ทั้งนี้ ในรายงานของอียู ประเทศสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่ให้ความร่วมมือ (Fully Compliant) และในรายงานของ OECD ไม่มีมาตรการภาษีของสิงคโปร์ที่ถูกระบุว่าอาจเป็นภัย 

© 2018 KPMG Phoomchai Tax Ltd., a Thailand limited liability company and a member firm of the KPMG network of independent member firms affiliated with KPMG International Cooperative (“KPMG International”), a Swiss entity. All rights reserved.

Connect with us

 

Request for proposal

 

Submit