Thailand Tax Updates - 28 September 2017 | KPMG | TH

Thailand Tax Updates - 28 September 2017

Thailand Tax Updates - 28 September 2017

อนุสัญญาภาษีซ้อนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

1000

Author

Partner

KPMG in Thailand

Contact

Related content

อนุสัญญาภาษีซ้อนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

อนุสัญญาภาษีซ้อนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

พร้อมๆ กับการไปเยือนกัมพูชาของนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  อนุสัญญาความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน  หรือที่เรามักจะเรียกสั้นๆว่า อนุสัญญาภาษีซ้อน เป็นการทำสัญญาแบบทวิภาคี เพื่อขจัดภาษีซ้ำซ้อนของภาษีที่เก็บจากเงินได้ตัวเดียวกันที่กิจการอาจต้องเสียภาษีให้มากกว่าหนึ่งประเทศอันเนื่องมาจากหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีภายในของแต่ละประเทศ หนึ่งในมาตรการอำนวยสิทธิประโยชน์ตาม  AEC Blueprint ในส่วนของมาตราภาษีจะเน้นให้ประเทศในอาเซียน เร่งจัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างกันให้ครบทุกประเทศ   ทั้งนี้กัมพูชาได้มีการเซ็นสัญญากับสิงคโปร์เป็นประเทศแรกในอาเซียนไปเมือเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว  ประเทศไทยก็น่าเป็นประเทศที่สองที่มีการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับกัมพูชา  

 

ในปัจจุบันมาเลเซีย กับ เวียดนาม เป็นประเทศที่มีการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนครบกับทุกประเทศสมาชิกหากไม่นับกัมพูชา รองลงมาคือสิงคโปร์กับไทย โดยสิงคโปร์ยังไม่ได้ทำกับลาว ขณะที่ไทยยังไม่ได้ทำกับบรูไน   จำนวนการมีอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศจัดว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศสมาชิก โดยเฉพาะถ้าจะใช้ประเทศสมาชิกใดประเทศหนึ่งเป็นฐานในอาเซียน การมีอนุสัญญาภาษีซ้อนแล้วจะเป็นปัจจัยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติยังไงแล้วนั้นก็ขอยกตัวอย่างบางเรื่อง   เช่น บริษัทสิงคโปร์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่ต่ำกว่าไทยคือ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของสิงคโปร์ เท่ากับร้อยละ 17  ในขณะที่ของไทยจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่อัตราร้อยละ 20  ทั้งนี้แม้สิงคโปร์จะมีจำนวนอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่างๆ เป็นอันดับหนึ่งในอาเซียนโดยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่างๆมากกว่า 70 ประเทศ 

 

ขณะที่ไทยมีการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนจำนวน 60 ประเทศแต่สิงคโปร์ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับสหรัฐอเมริกา   ในขณะที่ไทยมีการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับสหรัฐเมริกา  หากบริษัทสิงคโปร์มีรายได้จากสหรัฐอเมริกาซึ่งถ้าหากรายได้ดังกล่าวเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีในสหรัฐอเมริกาโดยผู้จ่ายในสหรัฐต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา  บริษัทสิงคโปร์อาจจะถูกหักภาษีในสหรัฐอเมริกาในอัตราสูงถึงร้อยละ 30  แต่ถ้าเป็นกรณีบริษัทไทยเป็นผู้มีรายได้จากสหรัฐอเมริกา  บริษัทไทยอาจได้รับเงินได้เต็มจำนวนหรืออาจถูกหักภาษีในสหรัฐอเมริกาในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา

 

ทั้งนี้บริษัทสิงคโปร์อาจจะสามารถนำภาษีที่ถูกหักในสหรัฐอเมริกามาหักออกจากภาษีสิงคโปร์ได้สำหรับรายได้ตัวเดียวกัน แต่โดยทั่วไปแล้วประเทศที่ให้นำภาษีที่จ่ายในต่างประเททศมาหักออกจากภาษีของตนบนรายได้ตัวเดียวกันมักจะให้หักได้ไม่เกินภาษีในประเทศตน กรณีนี้เมื่อบริษัทสิงคโปร์นำรายได้ที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกามาเสียภาษีในสิงคโปร์ ก็ควรจะสามารถนำมาหักออกจากภาษีสิงคโปร์ได้ไม่เกินอัตราภาษีของสิงคโปร์คือร้อยละ 17  ดังนั้นในรายการเดียวกันบริษัทสิงคโปร์อาจมีต้นทุนค่าภาษีโดยรวมสูงถึงร้อยละ 30 คืออัตราภาษีที่ถูกหักโดยสหรัฐอเมริกา 

 

ในขณะที่บริษัทไทยอาจจะมีภาระภาษีที่มากที่สุดที่ร้อยละ 20 ตามประมวลรัษฎากรไทยหากไม่ถูกหักภาษีในสหรัฐอเมริกาหรือถูกหักในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา   ดังนั้นจึงต้องพิจารณาด้วยว่ากิจการจะเกี่ยวข้องกับประเทศใดบ้าง และ ประเทศเหล่านั้นมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศที่ตนเข้าไปทำกิจการหรือไม่ และจะสามารถใช้ความคุ้มครองจากอนุสัญญาภาษีซ้อนได้หรือไม่ 

 

อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ในบางประเทศการใช้ความคุ้มครองตามอนุสัญญาภาษีซ้อน จะต้องมีการแสดงหลักฐานแก่ผู้จ่ายเงิน (กรณีไม่ให้ผู้จ่ายเงินหักภาษี) หรือหน่วยงานจัดเก็บภาษีของรัฐ ว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศของคู่สัญญาภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนเพื่อการใช้สิทธิภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนนั้นๆ     หลักฐานโดยทั่วไปก็คือ หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่ ( certificate of resident ) ที่ออกโดยหน่วยงานของประเทศที่มีถิ่นที่อยู่   ในบางประเทศจะต้องมีการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานสรรพากรในประเทศนั้นก่อนที่จะใช้สิทธิ เช่น อินโดนีเซีย   

 

กรณีไทยเป็นผู้รับเงินได้และต้องการใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน  บริษัทไทยอาจได้รับการร้องขอให้ขอหนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่จากกรมสรรพากรไทยมาแสดงแก่ผู้จ่ายเงินได้ในต่างประเทศจึงจะยอมไม่หักภาษี หรือ หักในอัตราที่ต่ำลงภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อน  กรณีไทยเป็นผู้จ่ายเงินได้ในปัจจุบันไทยให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีพิจารณาเองและนำอนุสัญญามาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขอก่อน  อย่างไรก็ดีหากกรมสรรพากรตรวจพบภายหลังว่าอนุสัญญาภาษีซ้อนใช้ไม่ได้หรือใช้ไม่ถูกต้อง เช่น ตีความเงินได้ผิดประเภท  หรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคู่สัญญาเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนที่นำมาใช้ ผู้เสียภาษีจะต้องรับผิดชอบค่าภาษี และ เงินเพิ่ม  ดังนั้นการใช้อนุสัญญาภาษีซ้อนจึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง 

อนุสัญญาภาษีซ้อนไทยกับสมาชิกอาเซียน

ประเทศสมาชิก ปีภาษีที่มีผลบังคับใช้ 
สิงคโปร์
1 มค 2560  ฉบับแก้ไขใหม่
ฟิลิปปินส์ 1 มค 2526
มาเลเซีย
1 มค 2526
เวียดนาม 1 มค 2536
ลาว 1 มค 2541
อินโดนีเซีย 1 มค 2547 ฉบับแก้ไขใหม่
พม่า 1 มค 2555
บรูไน ไม่มี
กัมพูชา มีฉบับร่าง  ยังไม่มีผลบังคับใช้

*อนุสัญญาภาษีซ้อนในอาเซียน  (ที่มา  : KPMG ASEAN TAX GUIDE)

รายชื่อประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีการเซ็นอนุสัญญาภาษีซ้อนซึ่งกันและกัน

© 2017 KPMG Phoomchai Tax Ltd., a Thailand limited liability company and a member firm of the KPMG network of independent member firms affiliated with KPMG International Cooperative (“KPMG International”), a Swiss entity. All rights reserved.

Connect with us

 

Request for proposal

 

Submit