Thailand Tax Updates - 28 April 2017

Thailand Tax Updates - 28 April 2017

ภาษีในอินโดนีเซีย

1000

Author

Partner

KPMG in Thailand

Contact

Related content

ภาษีในอินโดนีเซีย

เมื่ออาทิตย์ก่อนมีข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่ากระทรวงพร้อมจะผลักดันการส่งออกไปอินโดนีเซีย และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ต้องการไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากเล็งเห็นว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งในอาเซียนที่มีศักยภาพสูงทางการค้าการลงทุน และประชาชนมีกำลังซื้อสูง อินโดนีเซียถือเป็นตลาดใหญ่มีประชากรมากกว่า 250 ล้านคน หรือประมาณ ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของกลุ่มอาเซียน  กรุงจาการ์ตาซึ่งเป็นเมืองหลวงนั้น เป็นที่ตั้งของสำนักงานต่างๆ  มีชนชั้นกลางและผู้ที่มีกำลังซื้ออยู่มาก รวมทั้งมีท่าเรือใหญ่ที่สุดเป็นจุดกระจายสินค้า

 

จากข่าวนั้น กระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะให้บริการข้อมูลในเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในอาเซียน ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา จะเป็นหน่วยสนับสนุนข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อมูลการค้า การจัดตั้งธุรกิจ และข้อมูลทางการตลาดเป็นต้น ในเมื่ออินโดนีเซียอยู่ในความสนใจ วันนี้จึงขอให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาษีในอินโดนีเซีย

 

ในปัจจุบันอินโดนีเซียเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในอินโดนีเซียในอัตราร้อยละ 25 ซึ่งสูงกว่าไทย แต่ถ้าหากเข้าเงือนไขตามที่กำหนดก็อาจจะได้ลดอัตราภาษีถึงครึ่งหนึ่ง เช่น ในกรณีที่มีรายได้ไม่เกิน  4.8 พันล้านรูเปีย เป็นต้น  สาขาของต่างประเทศที่เข้าไปประกอบกิจการและมีรายได้จากอินโดนีเซียก็ต้องเสียภาษีในอัตรานี้เช่นกัน ถ้ากิจการมีผลขาดทุนก็สามารถยกยอดขาดทุนสะสมไปใช้หักรายได้ในปีถัดๆ ไปได้ไม่เกินห้ารอบบัญชี และมีบางกรณีภายใต้ข้อกำหนดพิเศษสามารถยกไปได้ถึงสิบปี อินโดนีเซียใช้ระบบ  self-assess เช่นเดียวกับไทยคือผู้เสียภาษีมีหน้าที่ประเมินภาษีตนเองเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในสี่เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี  ทั้งนี้กำหนดการยื่นภาษีสามารถขอขยายได้อีกสองเดือน

 

อินโดนีเซียมีการใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีหลักเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คือไม่เกิน 48 พันล้านรูเปีย ปัจจุบันอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของอินโดนีเซียคือร้อยละ 10  โดยทั่วไปการส่งออกสินค้าจะเสียภาษีที่อัตราศูนย์ ขณะที่ส่งออกบริการหรือบริการที่ใช้ในต่างประเทศบางประเภทอาจจะสามารถใช้อัตราศูนย์ได้  กรณีนิติบุคคลต่างประเทศมีรายได้ที่จ่ายในหรือจากอินโดนีเซีย  จะต้องเสียภาษีในอินโดนีเซีย โดยผู้จ่ายในอินโดนีเซีย จะหักภาษี ณ ที่จ่าย  โดยอัตราจะอยู่ที่ ร้อยละ 20 เช่นจ่าย เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ

 

อย่างไรก็ดีอินโดนีเซียมีการทำอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (อนุสัญญาภาษีซ้อน) กับหลายประเทศมากกว่า 60 ประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทย แต่ในอาเซียนเองอินโดนีเซียยังไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับสามประเทศคือ เมียนมา ลาว และ กัมพูชา การมีอนุสัญญาภาษีซ้อนจะช่วยบรรเทาภาระภาษีที่ซ้ำซ้อนได้บางส่วนแต่ที่สำคัญคือ การจะใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนได้นั้น ผู้รับเงินได้ในต่างประเทศจะต้องมีหลักฐานจากหน่วยงานจัดเก็บภาษีในประเทศของตนมายืนยันว่าเป็นผู้มี่ถิ่นที่อยู่ในประเทศคู่สัญญาตามอนุสัญญาภาษีซ้อน เช่น กรณีผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทอินโดนีเซียได้รับเงินปันผลจากบริษัทอินโดนีเซียก็จะถูกหักภาษีในอัตราร้อยละ 20  ตามกฎหมายอินโดนีเซีย แต่ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย อัตราภาษีที่อินโดนีเซียควรหักได้อาจจะลดเหลือไม่เกินร้อยละ 15  หากผู้รับเงินได้ที่เป็นนิติบุคคลไทยต้องการใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนก็ต้องขอหนังสือยืนยันความเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยจากกรมสรรพากรไทย เรียกว่า  Certificate of Residence ซึ่งอินโดนีเซียจะมีแบบฟอร์มเฉพาะ (Form DGT 1/DGT 2)  อย่างไรก็ดี โดยปกติกรมสรรพากรไทยจะออกตามแบบฟอร์มของตนเอง ดังนั้นในทางปฏิบัติควรจะแจ้งความต้องการพิเศษให้กรมสรรพากรไทยทราบ เพราะหากไม่มีหลักฐานตามที่กรมสรรพากรอินโดนีเซียต้องการแล้ว อาจทำให้ผู้จ่ายเงินในอินโดนีเซียปฏิเสธที่จะใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนได้  ผู้ประกอบการไทยที่มีรายได้จากอินโดนีเซียและประสงค์จะใช้ความคุ้มครองอนุสัญญาภาษีซ้อนควรจะขอให้ผู้จ่ายเงินในอินโดนีเซียยืนยันเอกสารที่จะใช้เพื่อการขอใช้สิทธิในอนุสัญญาภาษีซ้อน

 

นอกจากนี้เรื่องภาษีที่อยู่ในความสนใจอย่างมากขณะนี้คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับราคาโอน  (Transfer Pricing) อันเนื่องมาจากรายการระหว่างบริษัทในกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นสมาชิกในกลุ่ม G20 ซึ่งมีพันธะร่วมกับกลุ่มประเทศใน OECD  (Organization for Economic Co-operation and Development หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ในเรื่องมาตรการป้องกันการวางแผนภาษีที่จะมีผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายกำไรเพื่อเสียภาษีในประเทศที่ภาระภาษีต่ำกว่าหรือที่เรียกว่า BEPS (Base Erosion and Profit Shifting)  ซึ่งแผนปฏิบัติการ (เรียกว่า OECD ‘s action plan) ที่ตกลงกันจะทำให้ประเทศใน OECD และ G20 ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่ตกลงกัน  ซึ่งหนึ่งในมาตรการคือเรื่อง  Transfer Pricing  ซึ่งอินโดนีเซียได้ออกกฎหมาย Transfer Pricing เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559 กำหนดให้มีการจัดทำเอกสารราคาโอนซึ่งประกอบไปด้วยเอกสารสามประเภท คือ Local File, Master File และ Country By Country Reporting ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับข้อเสนอแนะตาม OECD’s action plan ซึ่งหากผู้เสียภาษีที่ถึงเกณฑ์ต้องจัดทำแต่ละประเภทเอกสารไม่จัดทำ และ/หรือ ไม่นำส่งภายในกำหนดเวลาก็จะมีค่าปรับตามกฎหมาย  ในแต่ละประเทศนอกจากตัวบทกฎหมายแล้วบางครั้งผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมอื่นๆ เช่นหลักปฏิบัติในเรื่องการตรวจสอบภาษี  ซึ่งอินโดนีเซียถูกจัดให้เป็นประเทศลำดับต้นๆ ในเรื่องของความยากหากกิจการถูกตรวจสอบภาษี  ดังนั้นกิจการอาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในประเทศนั้นๆ

 

หมายเหตุ *ข้อมูลในบทความเป็นข้อมูลเบื้องต้นควรตรวจสอบกฎหมายภายในประเทศ 

Thailand Tax Updates

Thailand Tax Updates

Thailand Tax Updates therefore has released information on a number of recent tax law changes to keep you up-to-date.

© 2017 KPMG Tax and Legal Advisers, a Belgian Civil Cooperative Company with Limited Liability (burg. CVBA/SCRL civile) and a member firm of the KPMG network of independent member firms affiliated with KPMG International Cooperative (“KPMG International”), a Swiss entity. All rights reserved.

Connect with us

 

Request for proposal

 

Submit

KPMG's new digital platform

KPMG International has created a state of the art digital platform that enhances your experience, optimized to discover new and related content.

 
Read more