Thailand Tax Updates - 30 March 2017

Thailand Tax Updates - 30 March 2017

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1000

Author

Partner

KPMG in Thailand

Contact

Related content

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ระยะนี้เริ่มมีการพูดถึงเรื่องการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยว่าหลังจากสิ้นสุดการขยายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ7 ในวันที่ 30 กันยายน 2560  เริ่มมีการเกิดคำถามว่าทิศทางภาษีมูลค่าเพิ่มไทยหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร เดิมทีเมื่อมีการขยายเวลาอัตราร้อยละ 7 ต่อไปอีกหนึ่งปีในปีที่แล้ว ก็มีการพูดกันว่าจะมีการขึ้นอัตราในปีถัดไป  เมื่อใกล้เวลาจะสิ้นสุดในปีนี้ก็เริ่มมีความสนใจกันว่าจะมีการปรับขึ้นหรือไม่  อย่างไรก็ดีเร็วๆนี้รัฐบาลได้ประกาศว่ายังไม่ได้มีนโยบายในเรื่องนี้   แน่นอนว่ารัฐต้องการรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และจากการแก้ไขภาษีบุคคลธรรมดาที่ทำให้รัฐได้ภาษีน้อยลง  แต่หลายๆ ภาคส่วนมองว่ายังต้องประคับประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวก่อน 

 

การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะส่งกระทบต่อกำลังการใช้จ่าย  ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีทางอ้อมชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้กิจการเป็นผู้เรียกเก็บจากผู้บริโภคและนำส่งกรมสรรพากร  แน่นอนว่าการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นซึ่งก็จะกระทบกับผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ในช่วงปีที่ผ่านมารัฐเองได้มีการออกมาตรการในเรื่องภาษีที่ส่งเสริมให้มีการใช้จ่ายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลต่างๆมาหักเป็นค่าลดหย่อน  หรือการให้นิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มสำหรับค่าใช้จ่ายลงทุนเป็นต้น การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มอาจจะสวนทางกับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่รัฐอาจจะออกมาในอนาคต  อย่างไรก็ดีรัฐก็อาจชดเชยรายได้จากภาษีใหม่ๆ ทั้งภาษีมรดก และ ภาษีที่ดิน รวมถึงการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีสรรพามิตรใหม่ซึ่งคาดว่าจะมีผลในปีนี้     

 

ถ้าเปรียบเทียบกับแนวโน้มโลกจะพบว่ามีการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม   แต่ถ้าเปรียบเทียบเฉพาะในประเทศอาเซียนดูเหมือนว่ามีการเคลื่อนไหวในเรื่องอัตราภาษีนิติบุคคลในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเพียงสามประเทศคือไทยลดจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20  เวียดนามลดจากร้อยละ 25 เหลือเท่าไทยคือร้อยละ 20 ขณะที่มาเลเซียมีการลดอัตราจากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 24 ในปี พ.ศ. 2559 แต่พบว่าไม่มีการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มเลยมีเพียงมาเลเซียที่เพิ่งเริ่มใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มในปี พ.ศ. 2558  ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิก ก็ถือว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยไม่แตกต่างจากเพื่อนบ้านในอาเซียนโดยฟิลิปปินส์มีอัตราสูงสุดที่ ร้อยละ 12  และมาเลเซียมีอัตราน้อยสุดคือร้อยละ 6  ในขณะที่บรูไนไม่มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือประเภทอื่นๆ ที่คล้ายกัน

 

สำหรับผู้ประกอบกิจการแล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่เป็นต้นทุนของกิจการ ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยการนำภาษีขายคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากผู้บริโภคหักด้วยภาษีซื้อคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการใช้จ่ายของผู้ประกอบการ ภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการจ่ายไปจะเป็นต้นทุนของกิจการกรณีที่เป็นผู้ประกอบการที่ไม่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่เป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม 

 

อย่างประเทศไทยผู้ประกอบการขนาดย่อมที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าปีไหนถึง 1.8 ล้านบาทแล้วก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและถือเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดไปแม้ว่าในบางปีจะมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทก็ตาม  ในประเทศสมาชิกก็มีหลักเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน เช่น สิงคโปร์หากมีรายได้ไม่เกินหนึ่งล้านดอลลาร์สิงคโปร์ก็ไม่ต้องจดเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม  มาเลเซียไม่เกินห้าแสนริงกิต  ลาวไม่เกิน 400 ล้านกีบ  อินโดนีเซียไม่เกิน 48 พันล้านรูเปียห์  ในขณะที่เวียดนามดูเหมือนจะไม่มีขั้นต่ำที่ยกเว้น  เป็นต้น   

 

ดังนั้นหากเข้าไปประกอบกิจการในต่างประเทศก็ต้องศึกษาก่อนว่ากิจการที่จะประกอบไม่ว่ากิจการขายหรือบริการอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศนั้นๆหรือไม่  และมีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เพราะหากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้าภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปพร้อมกับค่าใช้จ่ายก่อนจดภาษีมูลค่าเพิ่มอาจจะไม่สามารถนำมาขอคืนหรือหักออกจากภาษีขายในอนาคตได้ และเนื่องจากหลักการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคือผู้ประกอบการต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่างภาษีขายที่เรียกเก็บจากลูกค้าหักด้วยภาษีซื้อที่ได้ชำระพร้อมรายจ่าย  โดยทั่วไปกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มจะมีการกำหนดภาษีซื้อที่ไม่สามารถนำมาหักจากภาษีขายได้หรือที่เรียกว่าภาษีซื้อต้องห้าม ภาษีซื้อต้องห้ามบางประเภทนอกจากจะหักจากภาษีขายไม่ได้หรือขอคืนไม่ได้แล้วยังเป็นรายจ่ายต้องห้ามอีกด้วย เช่น ไทยถือว่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มต้องห้าม ขณะเดียวกันประมวลรัษฎากรก็กำหนดให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล  ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาด้วยว่าภาษีซื้อที่ตนจ่ายไปนั้นจะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามรวมทั้งเป็นรายจ่ายต้องห้ามหรือไม่ เพื่อจะได้เสียภาษีได้อย่างถูกต้อง 

Thailand Tax Updates

Thailand Tax Updates

Thailand Tax Updates therefore has released information on a number of recent tax law changes to keep you up-to-date.

© 2017 KPMG Phoomchai Tax Ltd., a Thailand limited liability company and a member firm of the KPMG network of independent member firms affiliated with KPMG International Cooperative (“KPMG International”), a Swiss entity. All rights reserved.

Connect with us

 

Request for proposal

 

Submit

KPMG's new digital platform

KPMG International has created a state of the art digital platform that enhances your experience, optimized to discover new and related content.

 
Read more