Thailand Tax Updates - 24 November 2016 | KPMG | TH

Thailand Tax Updates - 24 November 2016

Thailand Tax Updates - 24 November 2016

ส่งสินค้าไปเก็บในคลังสินค้าต่างประเทศอาจถือว่าขาย

1000

Author

Partner

KPMG in Thailand

Contact

Related content

ส่งสินค้าไปเก็บในคลังสินค้าต่างประเทศอาจถือว่าขาย

อย่างทีทราบกันว่าวัตถุประสงค์หลักของการรวมตัวของสมาชิกอาเซียนคือการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างเสรี ซึ่งจะทำให้ตลาดการค้าเปิดกว้างขึ้น รวมถึงทำให้เกิดการพิจารณาเปลี่ยนแปลงระบบ  supply chain เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าโดยใช้สิทธิประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

อย่างไรก็ดีตามที่ได้กล่าวย้ำอยู่เสมอว่ามาตรการทางด้านภาษีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมุ่งเน้นไปในเรื่องของการยกเลิกภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องโดยตรงเมื่อมีการเคลื่อนย้ายสินค้าจากประเทศสมาชิกหนึ่งไปยังอีกประเทศสมาชิกหนึ่ง ในส่วนของภาษีอากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนอกจากภาษีศุลกากรอันได้แก่ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บของกรมสรรพากรนั้นยังคงเป็นไปตามกฎหมายภาษีของแต่ละประเทศสมาชิก

 

แม้จะมีการเข้าร่วมกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเรื่องภาษีอากรดังกล่าวแต่อย่างไร  เมื่อเราพูดถึงตลาด 600 ล้านคนแน่นอนว่าย่อมเกิดการแข่งขันเพื่อแย่งฐานลูกค้า การทำธุรกิจในปัจจุบันจึงมีการแข่งขันกันสูงมากทั้งในเรื่องของคุณภาพของสินค้าและบริการ แน่นอนความรวดเร็วและความทันต่อเวลาก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ในการส่งวัตถุดิบหรือสินค้าให้ถึงมือผู้ซื้อภายในเวลาที่กำหนด บริษัทหลายแห่งทีมีการส่งออกสินค้าไปให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศมักจะเช่าคลังสินค้าในต่างประเทศและส่งสินค้าของตนจากประเทศไทยออกไปจัดเก็บไว้ที่คลังสินค้า เพื่อรอส่งขายให้แก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อลูกค้าต้องการ หรือนำไปฝากไว้กับคลังสินค้าอิสระเพื่อรอการจัดส่งตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งอาจจะยังไม่ปรากฏธุรกรรมการขายและกรรมสิทธิ์ในสินค้ายังเป็นของบริษัทอยู่

 

อย่างไรก็ตามในด้านภาษีเงินได้นิติบุคลของไทยตามประมวลรัษฎากรไทย กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้ถือว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้นเป็นการขายในประเทศไทยด้วยและให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งไปนั้นแม้ว่าจะยังไม่มีการขายและกรรมสิทธิ์ในสินค้าจะยังคงเป็นของบริษัทไทยอยู่ก็ตาม ยกเว้นสี่กรณีที่การส่งออกไปต่างประเทศไม่ถือเป็นขาย ได้แก่ (1) เป็นของที่ส่งไปเป็นตัวอย่างหรือเพื่อการวิจัยโดยเฉพาะ (2) เป็นของผ่านแดน (3) เป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร แล้วส่งกลับออกไปให้ผู้ส่งเข้ามาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักร (4) เป็นของที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วส่งกลับคืนเข้ามาให้ผู้ส่งในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร (อ้างอิงมาตรา 70 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร)

 

ฉะนั้น กรณีที่บริษัทส่งสินค้าออกจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ เพื่อเก็บรักษาในคลังสินค้าของตนเอง หรือฝากไว้กับคลังสินค้าอิสระ หรือไปเก็บ ณ ที่ใดๆ  เพื่อรอการขายไม่ว่าเป็นกรณีขายเอง หรือฝากผู้อื่นขาย (ตามสัญญาฝากขาย) ในทางภาษีประมวลรัษฎากรถือว่าเป็นการขายในประเทศไทย ณ เวลาที่มีการส่งออก บริษัทจึงต้องนำราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งสินค้าไปนั้น และคำนวณรายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ยกเว้นกรณีส่งสินค้าไปต่างประเทศตามมาตรา 70 (ตรี) (1) (2) (3) และ (4) ไม่ถือเป็นขายในประเทศไทยตามที่กล่าวข้างต้น) นอกจากนี้ในปัจจุบันกรมสรรพากรยังสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้เสียภาษีของกรมศุลกากร

 

ดังนั้นในการตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากร หากบริษัทมีการส่งสินค้าเป็นประจำ กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบขอข้อมูลการส่งสินค้าของบริษัทจากกรมศุลกากรได้โดยตรง ซึ่งกรมสรรพากรจะใช้ข้อมูลส่งออกสินค้าจากฐานข้อมูลของกรมศุลกากรมาเปรียบเทียบกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ และ แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าของบริษัท หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน ตัวอย่างเช่น จากข้อมูลของกรมศุลกากรพบว่าบริษัทมีมูลค่าการส่งออกสินค้ามากกว่ามูลค่ารายรับจากการขายสินค้าส่งออกตามที่แจ้งไว้ในแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้แล้ว กรมสรรพากรอาจประเมินรายรับเพิ่มโดยถือว่าบริษัทแสดงรายรับขาดไป ทำให้มีภาระภาษีเงินได้เพิ่มเติมพร้อมทั้งค่าปรับเงินเพิ่ม

 

ในทางกลับกันหากมูลค่าส่งออกตามฐานข้อมูลของกรมศุลกากรต่ำกว่าในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มอาจเป็นไปได้ว่าบริษัทไม่ได้ส่งออกสินค้าซึ่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราศูนย์ ก็อาจมีผลให้บริษัทถูกประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 พร้อมค่าปรับและเงินเพิ่มสำหรับส่วนที่แตกต่างกัน ดังนั้นบริษัทที่มีการส่งออกสินค้าที่เข้าข่ายไม่ถือว่าเป็นการขายในประเทศไทย ควรจะมีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสินค้าที่ส่งออกไปนั้นเข้าข้อยกเว้นตามที่กล่าวมาแล้ว

 

นอกจากนี้แล้วกิจการยังต้องพิจารณาภาระภาษีในประเทศที่คลังสินค้าตั้งอยู่ว่าจะทำให้กิจการมีภาระภาษีใดๆ ในประเทศดังกล่าวหรือไม่เนื่องจากการมีคลังสินค้าในต่างประเทศอาจถูกถือเสมือนหนึ่งเป็นการประกอบกิจการในประเทศดังกล่าวผ่านทางสาขาอันมีผลให้ต้องเสียภาษีภายใต้กฎหมายของประเทศนั้นๆ ด้วยเหตุที่แต่ละประเทศสมาชิกยังสิทธิเก็บภาษีได้ตามกฎหมายภายในประเทศของตน กิจการจึงต้องศึกษาและเข้าใจภาษีอากรของแต่ละประเทศที่จะเข้าไปประกอบกิจการ

Thailand Tax Updates

Thailand Tax Updates

Thailand Tax Updates therefore has released information on a number of recent tax law changes to keep you up-to-date.

© 2017 KPMG Phoomchai Tax Ltd., a Thailand limited liability company and a member firm of the KPMG network of independent member firms affiliated with KPMG International Cooperative (“KPMG International”), a Swiss entity. All rights reserved.

Connect with us

 

Request for proposal

 

Submit